การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างฉลาด โดยใช้ให้น้อย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงระยะเวลาในการใช้ให้ยาวนาน และก่อให้เกิดผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด รวมทั้งต้องมีการกระจายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม ในสภาพปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความเสื่อมโทรมมากขึ้น ดังนั้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงมีความหมายรวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วย

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสามารถกระทำได้หลายวิธี ทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนี้

1. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยทางตรง ซึ่งปฏิบัติได้ในระดับบุคคล องค์กร และระดับประเทศ ที่สำคัญ คือ

1) การใช้อย่างประหยัด คือ การใช้เท่าที่มีความจำเป็น เพื่อให้มีทรัพยากรไว้ใช้ได้นานและเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

2) การนำกลับมาใช้ซ้ำอีก สิ่งของบางอย่างเมื่อมีการใช้แล้วครั้งหนึ่งสามารถที่จะนำมาใช้ซ้ำได้อีก เช่น ถุงพลาสติก กระดาษ เป็นต้น หรือสามารถที่จะนำมาใช้ได้ใหม่โดยผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น การนำกระดาษที่ใช้แล้วไปผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อทำเป็นกระดาษแข็ง เป็นต้น ซึ่งเป็นการลดปริมาณการใช้ทรัพยากรและการทำลายสิ่งแวดล้อมได้

3) การบูรณซ่อมแซม สิ่งของบางอย่างเมื่อใช้เป็นเวลานานอาจเกิดการชำรุดได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีการบูรณะซ่อมแซม ทำให้สามารถยืดอายุการใช้งานต่อไปได้อีก

4) การบำบัดและการฟื้นฟู เป็นวิธีการที่จะช่วยลดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรด้วยการบำบัดก่อน เช่น การบำบัดน้ำเสียจากบ้านเรือนหรือโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ก่อนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ส่วนการฟื้นฟูเป็นการรื้อฟื้นธรรมชาติให้กลับสู่สภาพเดิม เช่น การปลูกป่าชายเลน เพื่อฟื้นฟูความ สมดุลของป่าชายเลนให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เป็นต้น

5) การใช้สิ่งอื่นทดแทน เป็นวิธีการที่จะช่วยให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยลงและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การใช้ใบตองแทนโฟม การใช้พลังงานแสงแดดแทนแร่เชื้อเพลิง การใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี เป็นต้น

6) การเฝ้าระวังดูแลและป้องกัน เป็นวิธีการที่จะไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย เช่น การเฝ้าระวังการทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูลลงแม่น้ำ คูคลอง การจัดทำแนวป้องกันไฟป่า เป็นต้น

2. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยทางอ้อม สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

1) การพัฒนาคุณภาพประชาชน โดนสนับสนุนการศึกษาด้านการอนุรักษ์ทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้องตามหลักวิชา ซึ่งสามารถทำได้ทุกระดับอายุ ทั้งในระบบโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างๆ และนอกระบบโรงเรียนผ่านสื่อสารมวลชนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการอนุรักษ์ เกิดความรักความหวงแหน และให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง

2) การใช้มาตรการทางสังคมและกฎหมาย การจัดตั้งกลุ่ม ชุมชน ชมรม สมาคม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ตลอดจนการให้ความร่วมมือทั้งทางด้านพลังกาย พลังใจ พลังความคิด ด้วยจิตสำนึกในความมีคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรที่มีต่อตัวเรา เช่น กลุ่มชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของนักเรียน นักศึกษา ในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างๆ มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร มูลนิธิโลกสีเขียว เป็นต้น

3) ส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ช่วยกันดูแลรักษาให้คงสภาพเดิม ไม่ให้เกิดความเสื่อมโทรม เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิตในท้องถิ่นของตน การประสานงานเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักระหว่างหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับประชาชน ให้มีบทบาทหน้าที่ในการปกป้อง คุ้มครอง ฟื้นฟูการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

4) ส่งเสริมการศึกษาวิจัย ค้นหาวิธีการและพัฒนาเทคโนโลยี มาใช้ในการจัดการกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีสารสนเทศมาจัดการวางแผนพัฒนา การพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ให้มีการประหยัดพลังงานมากขึ้น การค้นคว้าวิจัยวิธีการจัดการ การปรับปรุง พัฒนาสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เป็นต้น

5) การกำหนดนโยบายและวางแนวทางของรัฐบาล ในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสันและระยะยาว เพื่อเป็นหลักการให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องยึดถือและนำไปปฏิบัติ รวมทั้งการเผยแพร่ข่าวสารด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งทางตรงและทางอ้อม

10 ไอเดีย ช่วยโลกให้น่าอยู่ขึ้น

เราคงเคยได้ยินอยู่บ่อย ๆ ว่าปัจจุบันโลกเราผจญมลภาวะต่าง ๆ มากมาย และหลายสิ่งส่งผลกระทบให้เกิดภาวะมลพิษที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและการอยู่อาศัย  เราสามารถช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมบนโลกนี้ให้น่าอยู่ได้หลายวิธีโดยที่ไม่ต้องทุ่มเงินบริจาค  หรือออกไปเดินประท้วงตามท้องถนน มาดูวิธีง่าย ๆ ที่คุณสามารถเริ่มทำได้ในวันนี้เพื่อช่วยโลกของเราให้น่าอยู่ขึ้นกันค่ะ

1. ใช้หลอดประหยัดไฟ

การใช้หลอดไฟฟ้าแบบประหยัดไฟ LED นอกจากจะช่วยทำให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าเพราะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าการใช้หลอดนีออนและแบบหลอดไส้ ยังช่วยให้ประหยัดพลังงานและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย แถมคือ คุณยังปลอดภัยจากความร้อนของหลอดแบบเก่าด้วย

2. ปิดคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ใช้งาน

การปิดคอมพิวเตอร์  แลปท็อป และอุปกรณ์อิเลคโทรนิคทุกชนิดเมื่อไม่ใช้งาน แทนที่จะเลือกการใช้  sleep mode สามารถช่วยให้ประหยัดพลังงานได้ถึง 40วัตต์/ชั่วโมงเลยล่ะ

3. ปิดก๊อกน้ำขณะที่แปรงฟันอยู่

ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราต้องเปิดน้ำทิ้งไว้ในขณะที่แปรงฟันอยู่การ คุณรู้มั้ยว่าการปิดก๊อกน้ำในขณะที่แปรงฟันอยู่นั้นสามารถช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 5 แกลอน หรือประมาณ 20 ลิตร ต่อวันเลยนะ

4. ใช้กระดาษอย่างประหยัด

ใช้กระดาษอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุดพยามใช้กระดาษทั้งสองด้าน  อย่าใช้เพียงหน้าเดียวแล้วทิ้ง นอกจากจะเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์สำนักงานแล้วยังเป็นการช่วยต้นไม้ไม่ให้ถูกทำลายอีกด้วย

5. อย่าใช้เครื่องอบผ้า

เครื่องอบผ้าช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคุณได้จริงอยู่แต่จะดีกว่ามั้ยถ้าการตากผ้ากลางแดดจะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟฟ้าและเป็นการถนอมเสื้อผ้าอีกด้วย

6. เลือกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เชื่อหรือไม่ว่า พ่อ-แม่มือใหม่ใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเป็นจำนวนมากจนลูกน้อยจะสามารถเข้าห้องน้ำเองได้ ขยะจากผ้าอ้อมที่ใช้แล้วทิ้งบางยี่ห้อไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและก่อให้เกิดมลพิษตามมาก หากเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปครั้งต่อไปควรเลือกใช้แบบที่ย่อยสลายง่ายได้ด้วยนะคะ

7. กินผัก 1 วันใน 1 สัปดาห์

ควรเพิ่มเมนูผักลงไปในมื้ออาหาร 1 วันต่อสัปดาห์นอกจากจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงแล้วยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

8. ซักผ้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น

หลีกเลี่ยงการซักผ้าด้วยน้ำร้อนเพราะนอกจากจะเป็นการประหยัดไฟฟ้าแล้วยังช่วยถนอมเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณอีกด้วย

9. ใช้ทิชชู่ให้น้อยลง

โดยเฉลี่ยแล้วคนเราใช้ทิชชู่ประมาณ 6 แผ่นต่อวัน หรือประมาณ 2,200 ต่อปี ลองคิดดูค่ะว่าหากทุกคนบนโลกใช้ทิชชู่กันด้วยปริมาณเท่านี้จะต้องใช้ต้นไม้ทั้งหมดไปกี่ต้น ดังนั้นการใช้ทิชชู่น้อยลงจะช่วยเซฟต้นไม้และช่วยรักษ์โลกร้อนได้ด้วยนะคะ

10. เลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบแก้วที่รีไซเคิลได้

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมา บางชนิดต้องใช้เวลาเกือบร้อย ๆ ปีในการย่อยสลายดังนั้นเราหันมาเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบแก้วกันจะดีกว่าเพราะ นอกจากจะนำกลับไปรีไซเคิลได้แล้ว สามารถช่วยลดมลภาวะทางอากาศได้ถึง  20%  และมลภาวะทางน้ำได้ถึง 50% อีกด้วย