นโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

นโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

(Information Security Policy)

          นโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท อะไลด แมนูแฟคเจอริ่ง เซอวิส จำกัด เป็นไปอย่างเหมาะสม มีความมั่นคง ปลอดภัยและสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง มีการใช้งานระบบในลักษณะที่ถูกต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นการป้องกันภัยคุกคามที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท  จึงกำหนดนโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนสารสนเทศ ดังนี้

          การกำกับดูแลและบริหารจัดการ IT ระดับองค์กรที่ดี (Governance of Enterprise IT) มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้แน่ใจว่า บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนและสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ดีนั้นต้องมีการเชื่อมโยงระหว่างกระบวนการบริหารงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารจัดการ ทรัพยากรและข้อมูลที่มี ประสิทธิ์ภาพเพื่อสนับสนุนนโยบาย กลยุทธ์ เป้าหมายขององค์กรและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม รวมทั้งมีการรายงานและติดตาม การดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่า เทคโนโลยีที่บริษัทนำมาใช้งาน สามารถช่วยสนับสนุนกลยุทธ์และบรรลุวัตถุประสงค์ในเชิงธุรกิจและสร้างศักยภาพในการแข่งขัน รวมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัท โดยบริษัทต้องพิจารณาดำเนินการดังต่อไปนี้

นโยบายการรักษาความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Security Policy)

          มีการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารและจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Related Risk)

  • ความเสี่ยงด้านการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัท เพื่อป้องกันการใช้งานการติดตั้งโปรแกรมที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่ประสงค์ดี เช่น การดาวน์โหลดโปรแกรมจากภายนอกมาติดตั้ง ซึ่งอาจมีมัลแวร์ หรือไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือมีช่องโหว่ เชื่อมต่อเครือข่ายภายนอก เข้าโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานหรือเครื่องอื่นที่อยู่บนเครือข่ายเดียวกัน เป็นต้น
  • ความเสี่ยงด้านการใช้งานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัท ต้องมีตรวจสอบและเฝ้าระวังการใช้งานเครือข่ายภายในและระบบอินเทอร์เน็ต โดยมีการจัดทำระบบป้องกันการเข้าถึงและการโจมตีจากภายนอกให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) และเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Client) ที่ผู้ปฏิบัติงานใช้งาน เช่น ระบบป้องกันการเข้าออกใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต การติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ การกรองข้อมูลรับส่งอีเมล เป็นต้น
  • ความเสี่ยงด้านบุคคล ต้องมีการกำหนดสิทธิ์การใช้งานเข้าถึงระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายต่างๆ และข้อมูลให้ เป็นไปตามสิทธิ์ที่พึงมี เพื่อป้องกันการเข้าแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล

การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ IT (IT Security)

          แนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ IT (Information Security Policy)

  • ห้ามใช้ทรัพยากรและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อกระทำการอันผิดกฎหมายและขัดต่อศีลธรรมอันดีของสังคม เช่น การจัดทำ เว็บไซต์เพื่อดำเนินการค้าขาย หรือเผยแพร่สิ่งที่ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อศีลธรรมอันดี เป็นต้น
  • ไม่เข้าใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยชื่อบัญชีผู้ใช้ของผู้อื่น ทั้งที่ได้รับอนุญาต และไม่ได้รับอนุญาตจาก เจ้าของชื่อบัญชีผู้ใช้
  • ห้ามเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลที่มีการป้องกันการเข้าถึงของผู้อื่น เพื่อแก้ไข ลบ เพิ่มเติม หรือคัดลอก
  • ห้ามเผยแพร่ข้อมูลของผู้อื่น หรือของหน่วยงาน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของข้อมูลนั้นๆ
  • ห้ามลักลอบดักรับข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัท และของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการรับและส่งในเครือข่ายคอมพิวเตอร์
  • ผู้ใช้ต้องไม่อนุญาตให้ผู้อื่นใช้บัญชีใช้งาน และรหัสผ่านของตน ในการเข้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ร่วมกัน

การสร้างความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศด้านบุคลากร (Human Resource Security)

วัตถุประสงค์

          เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจนโยบาย หน้าที่และความรับผิดชอบในการใช้งานระบบสารสนเทศของบริษัท

แนวทางปฏิบัติ

  • ต้องกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบทางด้านความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกที่ว่าจ้างมาปฏิบัติงาน และจะต้องสอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านระบบสารสนเทศของบริษัท
  • ต้องมีการลงนามในสัญญาระหว่างผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงาน ว่าจะไม่เปิดเผยความลับของบริษัท (Non-Disclosure Agreement: NDA) โดยการลงนามนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการว่าจ้างผู้ปฏิบัติงานนั้นๆ ทั้งนี้ ต้องมีผลผูกพันทั้งในขณะที่ทำงาน และผูกพันต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ภายหลังจากที่สิ้นสุดการว่าจ้างแล้ว
  • เพื่อให้การบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด ฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องแจ้งให้ผู้จัดการส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศทราบทันที เมื่อมีเหตุ การว่าจ้างงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพการว่าจ้างงาน การ ลาออกจากงาน หรือการสิ้นสุดการเป็นกรรมการและผู้ปฏิบัติงานของบริษัท

การบริหารจัดการสินทรัพย์สารสนเทศ (Asset Management)

การควบคุมการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Computer and Peripheral Access Control)

วัตถุประสงค์

          เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับทราบถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของบริษัท รวมทั้งทำความเข้าใจตลอดจนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อันจะเป็นการป้องกันทรัพยากรและข้อมูลของบริษัทให้มีความปลอดภัย ถูกต้อง และมีความพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

แนวทางปฏิบัติ

  • ผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของบริษัท ต้องเป็นผู้รับผิดชอบสินทรัพย์ที่ใช้งาน
  • ห้ามใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจการค้าหรือบริการใดๆ ที่เป็นของส่วนตัว และไม่เหมาะสม
  • ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้งาน ทำการติดตั้งและแก้ไขเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัท เว้นแต่ได้รับคำปรึกษาหรือ คำแนะนำจากผู้ดูแลระบบ หรือได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจสูงสุดของหน่วยงาน
  • ห้ามใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท ยกเว้นได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจสูงสุดของหน่วยงาน
  • ห้ามดัดแปลงแก้ไขส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ดูแลระบบ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ และผู้ใช้งานต้องรักษาสภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงให้มีสภาพเดิม
  • เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เสื่อมสภาพ จะถูกทุบทำลาย เพื่อไม่ให้นำกลับมาใช้งานได้อีก
  • ผู้ใช้งานต้องไม่เก็บหรือใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในสถานที่ที่มีความร้อน ชื้น มีฝุ่นละออง และต้องระวังการตกกระทบ และไม่เคลื่อนย้ายเครื่องขณะที่ฮาร์ดดิสก์กำลังทำงาน หรือขณะเปิดใช้งานอยู่
  • ในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ควรทำด้วยความระมัดระวัง ไม่วางของหนักทับ หรือโยน
  • หลีกเลี่ยงของแข็งกดสัมผัสหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจทำให้เป็นรอยขีดข่วน หรือแตกเสียหายได้ และควรเช็ดทำความสะอาด หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเบามือที่สุด และเช็ดไปในทางเดียวกัน ห้ามเช็ดแบบหมุนวนเพราะจะทำให้หน้าจอมีรอยขีดข่วนได้
  • ผู้ใช้งานที่พ้นสภาพหรือสิ้นสุดโครงการต้องคืนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่รับผิดชอบทั้งหมดต่อหน่วยงานที่ รับผิดชอบในสภาพที่พร้อมใช้งาน
  • ผู้ใช้งานมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันการสูญหาย ไม่วางเครื่องทิ้งไว้ในที่สาธารณะ หรือบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการสูญหาย

การควบคุมการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software License)

วัตถุประสงค์

          เพื่อให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตลอดจนเข้าใจการใช้โปรแกรมที่ถูกต้องลิขสิทธิ์และปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติอย่างเคร่งครัด รวมถึงการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีความมั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

แนวทางปฏิบัติ

  • มีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุม ดูแลการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตลอดจนจัดสรรการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภายในบริษัทตามสิทธิ์การใช้งานที่กำหนด
  • มีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตั้ง และอัพเกรดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้แก่ผู้ใช้งาน
  • ทำการถอดและยกเลิกสิทธิ์การใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทันที เมื่อบริษัท และ/หรือหน่วยงาน แจ้งยกเลิกและ/หรือย้ายสิทธิ์การใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์

การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและระบบสารสนเทศ (Access Control)

การใช้งานระบบเครือข่ายของบริษัท

วัตถุประสงค์

          เพื่อกำหนดมาตรการในการใช้งานระบบอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเครือข่ายของบริษัท เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและมีความมั่นคงปลอดภัย

แนวทางปฏิบัติ

  • เครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัท ก่อนทำการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย ต้องมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและทำการอุดช่องโหว่ของ ระบบปฏิบัติการก่อน
  • ห้ามผู้ใช้งานเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เป็นความลับของบริษัท ยกเว้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์การเปิดเผยอย่างเป็นทางการของบริษัท
  • ผู้ใช้ต้องระมัดระวังการดาวน์โหลดโปรแกรมใช้งานระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งรวมถึงการดาวน์โหลดเพื่อปรับปรุงโปรแกรมต่างๆ ต้องเป็นไปโดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา
  • ผู้ใช้งานมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตก่อนนำไปใช้งาน
  • ผู้ใช้งานต้องไม่ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตของบริษัท เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจส่วนตัว และเข้าสู่เว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เช่น เว็บไซต์ที่ขัด ต่อศีลธรรมอันดี เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เว็บไซต์ที่เป็นภัยต่อสังคม เว็บไซต์ลามก อนาจาร เว็บการพนัน เป็นต้น
  • ผู้ใช้งานจะต้องใช้ระบบอินเทอร์เน็ต ในลักษณะที่ไม่เป็นการละเมิดของบุคคลอื่นๆ และจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นต่อบริษัท รวมทั้งจะต้องไม่กระทำการใดอันเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ การใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อการปฏิบัติงานของบริษัทในทุกกรณี ผู้ใช้งานจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการ ปฏิบัติที่บริษัทกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

การใช้บริการระบบสารสนเทศจากผู้ให้บริการต่าง ๆ (Service Provider)

วัตถุประสงค์

          เพื่อเป็นการป้องกันสินทรัพย์ของบริษัทที่มีการเข้าถึงโดย Service Provider และมีการรักษาไว้ซึ่งระดับความมั่นคงปลอดภัย และระดับการให้บริการตามที่ตกลงกันไว้ในข้อตกลงการให้บริการ

แนวทางปฏิบัติ

  • ต้องจัดทำข้อกำหนดทางด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับข้อมูลของบริษัท เมื่อมีความจำเป็นต้องให้ Service Provider เข้าถึงข้อมูล หรือสินทรัพย์ของบริษัท โดยสอดคล้องกับข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาความลับข้อมูลของบริษัท
  • ต้องสื่อสารและบังคับใช้ข้อกำหนดทางด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับข้อมูลของบริษัท เมื่อมีความจำเป็นต้องให้ Service Provider เข้าถึงข้อมูลหรือสินทรัพย์ของบริษัท ก่อนที่จะอนุญาตให้สามารถเข้าถึงได้
  • ในข้อตกลงการให้บริการ ต้องกำหนดให้มีการติดตาม ทบทวน และตรวจประเมินการให้บริการภายนอกอย่างสม่ำเสมอ
  • หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงการให้บริการสำหรับระบบที่สำคัญ จะต้องทำการประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย

การบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Risk Management)

วัตถุประสงค์

          เพื่อเป็นการป้องกันการหยุดชะงักในการดำเนินงานของบริษัท และประเมินความเสี่ยงด้านระบบสารสนเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ระบบและข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

แนวทางปฏิบัติ

  • ต้องทบทวนแผนกรณีฉุกเฉินและเตรียมความพร้อม อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ต้องมีการตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งานของระบบสารสนเทศสำรอง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ต้องดำเนินการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านระบบสารสนเทศที่อาจเกิดขึ้น อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

บทลงโทษ

          บุคคลใดกระทำการ ที่เป็นการละเมิด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ บริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินการทางวินัยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และหากการกระทำนั้นเข้าข่ายเป็นความผิดทางกฎหมายอาจจะต้องได้รับโทษทางกฎหมายด้วย

จึงประกาศมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ 19 มกราคม 2569

นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

บริษัท อะไลด แมนูแฟคเจอริ่ง เซอวิส จำกัด มีความห่วงใยต่อชีวิตและสุขภาพของพนักงาน ดังนั้นจึงเห็นสมควรให้มีการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ควบคู่ไปกับหน้าที่ประจำของพนักงานจึงได้กำหนดนโยบายฯ ไว้ ดังนี้

  1. บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงนโยบายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของลูกค้าอย่างเคร่งครัด
  2. บริษัทฯ กำหนดให้ความปลอดภัยในการทำงาน ถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบอันดับแรกในการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน โดยพนักงานทุกคนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง เพื่อนร่วมงานตลอดจนทรัพย์สินของบริษัทฯ เป็นสำคัญตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน หากมีการฝ่าฝืนหรือละเลยอาจถูกพิจารณาโทษตามระเบียบของบริษัทฯ
  3. บริษัทฯ ถือว่าพนักงานทุกคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของบริษัทฯ ดังนั้นความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงาน จึงถือเป็น นโยบายสำคัญของบริษัทฯ
  4. บริษัทฯ จะส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการพัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน วิธีการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย และความสะอาดโดยรอบบริษัทฯ อยู่เสมอ ด้วยการปฏิบัติตามหลัก 5ส (สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ สร้างนิสัย) ควบคู่กับการค้นหาและการประเมินอันตราย เพื่อป้องกันอัคคีภัย อุบัติเหตุในการปฏิบัติงาน การเจ็บป่วยจากการปฏิบัติงาน โดยจัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัย ให้เพียงพอกับสภาพงาน จูงใจให้พนักงานได้ตระหนักถึงอันตรายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงาน ตลอดจนแนะนำ ชี้แจงให้ทราบถึงสาเหตุและวิธีป้องกัน
  5. บริษัทฯ ส่งเสริม สนับสนุนให้มีกิจกรรมความปลอดภัยต่าง ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของพนักงาน เช่น การอบรม จูงใจ ประชาสัมพันธ์ การแข่งขันด้านความปลอดภัย เป็นต้น
  6. บริษัทฯ สนับสนุนทางด้านทรัพยากรบุคคลและงบประมาณในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ทั้งในงานและนอกงาน
  7. บริษัทฯ กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องกระทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นผู้นำ อบรม ฝึกสอน จูงใจ กระตุ้นจิตสำนึกให้กับพนักงานปฏิบัติงานด้วยวิธีที่ปลอดภัย และมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ ในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับที่บริษัทฯ ได้กำหนด โดยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
  8. บริษัทฯ ถือว่าพนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการป้องกันอุบัติเหตุ และรักษาสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ยินดีรับข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นต่างๆ ของพนักงาน โดยจะนำไปพิจารณา ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ตามความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่พนักงานมากที่สุด
  9. บริษัทฯ จะทบทวนและประเมินระบบการดำเนินงานด้านความปลอดภัยเป็นระยะๆ เพื่อนำมาวางแผนในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

 

มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569

นโยบายด้านแรงงาน

นโยบายด้านแรงงาน

บริษัท อะไลด แมนูแฟคเจอริ่ง เซอวิส จำกัด ยึดมั่นในหลักปรัชญาขององค์กรที่ ถือว่า คนคือหัวใจหลักของการขับเคลื่อน พนักงานคือสินทรัพย์ที่มีค่าและเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จึงให้ความสำคัญในการดูแล และปฏิบัติต่อพนักงานอย่างความเป็นธรรม บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิขององค์กรอย่างยั่งยืน โดยเน้นส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการให้คุณค่าของความแตกต่าง เพื่อสร้างคุณค่าแก่ตัวพนักงานและสร้างแรงบันดาลใจต่อการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ นโยบายด้านแรงงานของบริษัทฯ ได้กำหนดให้สอดคล้องกับแนวทางและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอันประกอบด้วย ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ รวมทั้งกฎหมายแรงงานของประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจ หลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากลที่บริษัทยึดถือนโยบายการบริหารของบริษัทและข้อกำหนดของลูกค้า

ขอบเขตการดำเนินการ

นโยบายฉบับนี้บังคับใช้กับการดำเนินกิจการของบริษัท รวมถึงส่งต่อให้คู่ค้าของบริษัทฯ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยให้นิยามนโยบายด้านแรงงานดังนี้

“ บริษัท ”                หมายถึง  บริษัท อะไลด แมนูแฟคเจอริ่ง เซอวิส จำกัด

“ พนักงาน ”           หมายถึง  พนักงานและคนงานของบริษัททุกระดับ

“ คู่ค้าธุรกิจ ”          หมายถึง  ผู้ส่งมอบสินค้าและบริการ รวมถึงผู้รับเหมาแรงงานและบริการ

“ แรงงานผู้เยาว์ ”   หมายถึง  แรงงานที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่มากกว่าอายุขั้นต่ำในการจ้างงาน

แนวทางปฏิบัติ

เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตและความผูกพันธ์บริษัทของพนักงาน บนพื้นฐานการปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรมและการเคารพซึ่งกันและกัน บริษัทจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้

แรงงานเด็ก             บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจ้างงานแรงานอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และจะไม่ให้ผู้เยาว์ทำงานที่มีอันตรายต่อสุขภาพและพัฒนาการรวมถึงส่งผลกระทบต่อการศึกษา

แรงงานบังคับ         บริษัทไม่สนับสนุนให้มีการใช้แรงงานบังคับทุกรูปแบบและจะไม่เรียกเก็บเงินหรือยึดเอกสารใดๆ ของพนักงานเว้นแต่เป็นการดำเนินการที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย

การไม่เลือกปฏิบัติ  บริษัทจะเคารพในความแตกต่างและปฏิบัติต่อพนักงานอย่างความเท่าเทียมกัน โดยไม่เอื้อประโยชน์หรือริดรอนสิทธิของพนักงานอย่างไม่เป็นธรรม อันมีสาเหตุมาจากเรื่อง เชื้อชาติ สัญชาติ เผ่าพันธุ์ สีผิว ต้นตระกูล ศาสนา สถานะทางสังคม เพศ อายุ ความพิการหรือทุพพลภาพ แนวคิดทางการเมือง ตลอดจนสถานภาพทางการสมรส

การจ้างและบรรจุพนักงาน  บริษัทมีนโยบายการจ้างและบรรจุพนักงานตามความจำเป็นและความเหมาะสมของงาน โดยพนักงานที่ได้รับการว่าจ้างและบรรจุต้องมีคุณวุฒิ ประสบการณ์และความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งงานและมีคุณสมบัติตามระเบียบข้อบังคับบริษัท กรณีตำแหน่งงานว่างบริษัทจะให้โอกาสและพิจารณาคัดเลือกพนักงานของบริษัท ที่มีอยู่ให้ดำรงตำแหน่งที่ว่างลงนั้นเสียก่อน หากไม่สามารถสรรหาพนักงานจากภายในบริษัทได้แล้ว จึงจะดำเนินกระบวนการสรรหาและว่าจ้างบุคคลภายนอก

การจ่ายค่าตอบแทน  บริษัทจะจ่ายค่าจ้างค่าตอบแทนและผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานและตรงตามเวลาที่กำหนดและจะไม่หักค่าจ้างของพนักงานเว้นแต่เป็นการดำเนินการที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย

การพัฒนาพนักงาน  บริษัทมีนโยบายส่งเสริมพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ ทักษะและทัศนคติเกี่ยวกับงานเป็นไปตามความสามารถของตำแหน่งงานนั้นๆ โดยมีแนวทางการพัฒนาหลากหลายได้แก่ การจัดอบรมภายในและภายนอก โดยวิทยากรที่มีความรู้ หัวหน้างานและองค์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้บริษัทกระบวนการทำงานของแต่ละส่วนเพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัวและประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวก  บริษัทดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยมิให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมุ่งเน้นการดูแลรักษา ป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกิจกรรมบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎหมาย

การคุ้มครองแรงงานหญิงมีครรภ์  บริษัทจัดให้แรงงานหญิงที่มีครรภ์ ทำงานที่ปลอดภัยในช่วงเวลาที่เหมาะสมไม่เป็นอันตราย ทั้งจะไม่มีการเลิกจ้าง ลดตำแหน่ง หรือลดสิทธิประโยชน์อันเนื่องมาจากการตั้งครรภ์

วินัยและการลงโทษ  บริษัทจะไม่ใช้การลงโทษทางวาจาหรือลายลักษณ์อักษรที่ไม่เหมาะสม ไม่ลงโทษทางร่างกาย รวมทั้งไม่กระทำการบังคับขู่เข็ญและทำร้ายพนักงาน โดยให้เป็นไปตามความสอดคล้องของกฎหมายแรงงาน

ในกรณีที่มาตรฐานสากลที่บริษัทยึดถือ หรือข้อกำหนดของลูกค้ามีมาตรฐานสูงกว่าแนวทางปฏิบัติข้างต้น ให้นำมาตรฐานสากลที่บริษัทยึดถือหรือข้อกำหนดลูกค้ามาพิจารณากำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม

ประกาศ ณ วันที่ 6  มกราคม 2569

นโยบายจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน

นโยบายจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน

Sustainable Procurement Policy

นโยบายจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ของบริษัท อะไลด แมนูแฟคเจอริ่ง เซอวิส จำกัด นี้เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและประสบความสำเร็จในตลาด บริษัทฯ และตัวแทนต้องยึดถือปฏิบัติ ตามมาตรฐานสูงสุดในด้านจริยธรรม ซึ่งประกอบไปด้วย
1.1 ความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ ยึดถือมาตรฐานความชื่อสัตย์ขั้นสูงสุดในการดำเนิน ธุรกิจ และต้องมีนโยบายไม่ประนีประนอมต่อการทุจริตโดยสิ้นเชิง เพื่อป้องกันการติดสินบนการคอรัปชัน การรีดไถและการฉ้อฉลในทุกรูปแบบ
1.2 ไม่มีการเอื้อประโยชน์ที่ไม่เหมาะสม ต้องไม่สัญญา เสนอ มอบอำนาจ ให้หรือยอมรับสินบน หรือ วิธีอื่นใดที่จะทำให้ได้รับผลประโยชน์ที่ไม่ควร ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเพื่อให้ได้มาหรือรักษาธุรกิจไว้หรือได้รับผลประโยชน์ที่ไม่เหมาะสมตลอดจนการเฝ้าตรวจติดตามและบังคับใช้กระบวนการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามกฎหมายต่อต้านคอรัปชั่น
1.3 การเปิดเผยข้อมูล การเจรจาธุรกิจทั้งหมดต้องกระทำอย่างโปร่งใส และมีการอ้างอิงในเอกสารและบันทึกข้อมูลทางธุรกิจ ข้อมูลแรงงาน สุขภาพและความปลอดภัย วิธีปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม กิจกรรมทางธุรกิจ โครงสร้าง สถานะและผลประกอบการทางการเงินของผู้เข้าร่วม ต้องได้รับการเปิดเผยตามระเบียบและแนวปฏิบัติของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ห้ามปลอมแปลงบันทึกข้อมูลหรือแถลงข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับเงื่อนไขหรือวิธีการปฏิบัติในห่วงโซ่ อุปาทาน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
1.4 ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิของทรัพย์สินทางปัญญาจะต้องได้รับการเคารพ กล่าวคือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้จะต้องปฏิบัติในลักษณะที่ช่วยปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และข้อมูลของลูกค้าและผู้ส่งมอบต้องได้รับการปกป้อง
1.5 การดำเนินธุรกิจ การโฆษณาและการแข่งขันที่เป็นธรรม ต้องรักษามาตรฐานของการดำเนินธุรกิจ การโฆษณา และการแข่งขันที่เป็นธรรม
1.6 การปกป้องลักษณะบุคคลและการไม่ตอบโต้ มีโครงการคุ้มครองความลับ ความเป็นนิรนาม และการป้องกันซัพพลายเออร์และลูกจ้างที่เป็นผู้ร้องเรียน เว้นแต่จะถูกห้ามโดยกฎหมาย
1.7 การหาแหล่งวัตถุดิบโดยมีความรับผิดชอบ มีนโยบายที่สมเหตุในการหาวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการผลิตสินค้า ดำเนินการตรวจสอบสถานะอย่างเคร่งครัดในการหาแหล่งที่มาและลำดับโซ่ ของการคุ้มครองวัตถุดิบเหล่านี้และแสดงมาตรฐานการตรวจสอบสถานะที่มีให้แก่ลูกค้าที่ร้องขอ
1.8 ความเป็นส่วนตัว ให้คำมั่นในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลตามความคาดหมายและด้วยเหตุผลอันควรของผู้ที่ทำธุรกิจด้วยรวมถึงผู้ส่งมอบ ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงานต้องปฏิบัติตามกฎหมายรักษาความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวและระเบียบข้อกำหนดในกรณีที่ได้รวบรวมเก็บรักษา ประมวลผล ส่งต่อ และแบ่งปันข้อมูลบุคคล

SUBCON THAILAND 2025

Thailand Board of Investment (BOI), in collaboration with the Thai Subcontracting Promotion Association (Thai Subcon) and Informa Markets Thailand, is set to host the international industrial parts exhibition The event will feature a business matching platform, connecting Thai entrepreneurs with global supply chains, showcasing Thailand’s potential as the “largest industrial parts procurement and subcontracting hub in ASEAN.” The goal is to facilitate over 9,000 business matches, with an expected trade value exceeding 20 billion baht. Additionally, seven leading electric vehicle (EV) companies will be participating, further boosting the event’s significance in the industrial and manufacturing sectors.

“SUBCON Thailand 2025” from May 14-17, 2025, at BITEC, Bangkok.

รูปภาพภายในงาน

ร่วมบริจาคโลหิต สภากาชาดไทย

“โลหิต” หรือ “เลือด” เป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญในการใช้รักษาผู้ป่วย ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่สามารถคิดค้นสิ่งใดมาใช้ทดแทนโลหิตได้ จึงจำเป็นต้องมีการรับบริจาคโลหิตจากคน เพื่อให้ได้มาซึ่งโลหิตสำหรับใช้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วย

“การบริจาคโลหิต” คือ การสละโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้ให้กับผู้ป่วย ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาคโลหิต เพราะร่างกายของแต่ละคนมีปริมาณโลหิตประมาณ 17-18 แก้วน้ำ ร่างกายจะใช้เพียง 15-16 แก้วเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นสามารถบริจาคให้ผู้อื่นได้ โดยสามารถบริจาคโลหิตได้ทุก 3 เดือน เมื่อบริจาคโลหิตออกไปแล้ว ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทน ทำให้มีปริมาณโลหิตในร่างกายเท่าเดิม หากไม่ได้บริจาค ร่างกายจะขับเม็ดโลหิตที่สลายตัวเพราะหมดอายุ ทั้งนี้ กระบวนการในการบริจาคโลหิตตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนจนบริจาคโลหิตเสร็จสิ้น ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเลือกเจาะโลหิตที่เส้นโลหิตดำบริเวณแขน แล้วเก็บโลหิตบรรจุในถุงพลาสติก (BLOOD BAG) ประมาณ 350-450 มิลลิลิตร (ซี.ซี.) ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้บริจาค

การบริจาคโลหิตเป็นเรื่องจำเป็น และยังไม่มีสิ่งใดทดแทนได้
ผู้ป่วยต้องการโลหิตทุกวินาที
ได้ทราบข้อมูลสุขภาพของตัวเอง
ได้ทราบระบบหมู่โลหิต ทั้งระบบ ABO และ Rh
ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และทำให้มีความสุข ส่งผลให้สุขภาพดี
บริจาคโลหิต 1 ถุง ช่วยผู้ป่วยได้อย่างน้อย 3 ชีวิต

โลหิต 1 ถุง นำไปช่วยผู้ป่วยได้อย่างไรบ้าง?

การจัดหาโลหิตบริจาคให้เพียงพอและปลอดภัยต่อทั้งผู้ให้และผู้รับ จากผู้มีจิตศรัทธาที่มีสุขภาพดี แบ่งเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาด้วยการรับโลหิตต่อเนื่องตลอดชีวิตกว่าร้อยละ 23 และอีกร้อยละ 77 สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุเพื่อใช้ในการผ่าตัด ซึ่งมักจะเป็นการใช้โลหิตในปริมาณมากและเร่งด่วน รวมถึงโรคนานาชนิด อีกประการหนึ่ง คือ ในบางช่วงอาจเกิดโรคระบาดที่ต้องการใช้โลหิต เช่น โรคไข้เลือดออก ทำให้ปริมาณการใช้โลหิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การบริจาคโลหิตแต่ละครั้ง สามารถปั่นแยกเป็นส่วนประกอบโลหิตได้มากกว่า 3 ส่วน ช่วยชีวิตได้มากกว่า 3 ชีวิต และผลิตเป็นผลิตภัณฑ์โลหิตได้อีกมากมาย เพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

เกล็ดเลือด นำไปรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โรคไข้เลือดออก มะเร็งเม็ดเลือดขาว
เม็ดเลือดแดง นำไปรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ ผู้ป่วยที่สูญเสียเลือดจากการ ผ่าตัดหัวใจ อุบัติเหตุ ตกเลือดจากการคลอดบุตร
พลาสมา นำไปรักษาผู้ที่มีอาการช็อกจากการขาดน้ำ ผลิตเซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี และเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์โลหิต 3 ชนิด ได้แก่ แฟกเตอร์ 8 (Factor VIII) รักษา
โรคฮีโมฟีเลีย เอ อิมมูโนโกลบูลิน (IVIG) รักษาโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเอง อัลบูมิน (Albumin) รักษาไฟไหม้น้ำร้อนลวก และโรคตับ

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย